top of page

ลูกค้าไม่รับพัสดุ COD ร้านค้าควรทำยังไง

11 minutes ago
1 min read
ลูกค้าไม่รับพัสดุ ตีกลับ

ลูกค้าสั่งสินค้าแบบ COD (เก็บเงินปลายทาง) แต่พอถึงวันนำจ่ายกลับไม่รับของ เป็นสถานการณ์ที่ร้านค้าออนไลน์เจอกันบ่อย และสิ่งที่ร้านต้องคิดต่อไม่ใช่แค่ว่า “ทำไมลูกค้าไม่รับ” แต่คือ ตอนนี้ควรทำอะไร เพื่อไม่ให้เสียต้นทุนและไม่เสียโอกาสในการขายครั้งต่อไป


สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าลูกค้าไม่ต้องการสินค้า ให้เช็กสถานะพัสดุและหาสาเหตุก่อน เพราะบางกรณีลูกค้าอาจไม่ได้ตั้งใจปฏิเสธ แต่อาจติดต่อไม่ได้ ไม่อยู่บ้าน หรือมีปัญหาเรื่องการนำจ่าย


ลูกค้าไม่รับพัสดุ COD ควรทำอะไรก่อน

เมื่อเห็นว่าการนำจ่ายไม่สำเร็จ ให้เริ่มจาก 3 อย่างนี้

1. เช็กสถานะพัสดุ

ดูว่าขนส่งนำจ่ายไม่สำเร็จด้วยสาเหตุอะไร และพัสดุอยู่ในขั้นตอนใด


2. ติดต่อหาลูกค้า

สอบถามว่าลูกค้ายังต้องการรับสินค้าอยู่หรือไม่ และสะดวกรับวันไหน


3. ตรวจสอบข้อมูลจัดส่ง

เช็กชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรอีกครั้งว่าถูกต้องหรือมีข้อมูลที่ต้องแก้ไข


อย่าเพิ่งส่งสินค้าใหม่ทันที เพราะควรรู้ก่อนว่าออเดอร์เดิมเกิดปัญหาจากอะไร


ถ้าลูกค้ายังต้องการสินค้า ควรทำอย่างไร

หากลูกค้ายืนยันว่าต้องการสินค้า ให้ดูสถานะพัสดุก่อนว่าขนส่งยังสามารถนำจ่ายต่อได้หรือไม่


หากยังอยู่ในกระบวนการจัดส่ง ร้านควรประสานงานกับลูกค้าและขนส่งตามสถานะของพัสดุ แทนการสร้างออเดอร์ใหม่ทันที


สำหรับไปรษณีย์ไทย ผู้ส่งสามารถติดตามสถานะพัสดุผ่านระบบ Track & Trace และหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ Contact Center 1545 ได้

ถ้าลูกค้าไม่ต้องการสินค้าแล้วล่ะ

กรณีลูกค้ายืนยันว่าไม่ต้องการรับสินค้าแล้ว ร้านควรตรวจสอบว่าพัสดุอยู่ในขั้นตอนใด และรอดำเนินการตามเงื่อนไขของขนส่ง


สิ่งที่ควรทำคือบันทึกข้อมูลออเดอร์ไว้ เช่น

  • ลูกค้าปฏิเสธรับสินค้า

  • สาเหตุที่ไม่รับ

  • มูลค่าออเดอร์

  • ขนส่งที่ใช้

  • สถานะล่าสุด

ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าการปล่อยให้ออเดอร์หายไป เพราะสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ปัญหาในครั้งต่อไปได้


ถ้าพัสดุกำลังจะตีกลับ ต้องรีบทำอะไร

จุดนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าพัสดุเข้าสู่กระบวนการส่งคืนแล้ว การแก้ไขอาจทำได้ยากขึ้น

ร้านควร

เช็กสถานะล่าสุด → ติดต่อผู้รับ → ตรวจสอบข้อมูล → ติดต่อขนส่งหากจำเป็น


หากเป็นปัญหาจากข้อมูลที่อยู่หรือข้อมูลผู้รับ ควรรีบตรวจสอบกับขนส่งว่าพัสดุยังสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่


แล้วร้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง

ต้นทุนจากออเดอร์ที่ลูกค้าไม่รับไม่ได้มีแค่ค่าขนส่ง

ร้านอาจต้องรับต้นทุนจาก

  • ค่าจัดส่ง

  • ค่าดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับบริการ

  • ค่าแพ็กสินค้า

  • ค่าแรงแอดมิน

  • ต้นทุนจากสินค้าที่ถูกพักไว้ระหว่างการตีกลับ

  • โอกาสในการขายให้ลูกค้ารายอื่น


ส่วนค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับบริษัทขนส่งและเงื่อนไขของบริการที่ใช้ จึงควรตรวจสอบเรตของขนส่งแต่ละรายก่อนนำไปคำนวณต้นทุน


ถ้าลูกค้าไม่รับบ่อย ควรจัดการยังไง

ถ้าเกิดเพียงครั้งเดียว อาจเป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นได้


แต่ถ้าร้านพบว่าลูกค้าบางรายมีประวัติไม่รับสินค้าอยู่บ่อย ๆ ควรเริ่มเก็บข้อมูลไว้

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรดู

  • จำนวนออเดอร์ที่เคยสั่ง

  • จำนวนออเดอร์ที่รับสำเร็จ

  • จำนวนออเดอร์ที่ตีกลับ

  • มูลค่าออเดอร์

  • สาเหตุการตีกลับ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ร้านมองเห็นรูปแบบของปัญหา และนำไปใช้กำหนดวิธีตรวจสอบออเดอร์ก่อนส่งได้เหมาะสมขึ้น


ระบบหลังบ้านช่วยจัดการเคสลูกค้าไม่รับ COD ได้ยังไง

ถ้าร้านมีออเดอร์จำนวนมาก การจำว่าลูกค้าคนไหนเคยมีปัญหา หรือพัสดุชิ้นไหนกำลังจะตีกลับ อาจทำได้ยากหากต้องจดเอง

ระบบหลังบ้านสามารถช่วยให้ร้าน

  • เห็นสถานะพัสดุ

  • แจ้งเตือนเมื่อมีปัญหา

  • ดูประวัติลูกค้า

  • ตรวจสอบออเดอร์ย้อนหลัง

ทำให้แอดมินรู้ว่าควรจัดการเคสไหนก่อน แทนที่จะรอให้พัสดุตีกลับแล้วค่อยมาแก้ปัญหา


สำหรับ MyOrder ระบบมีการแจ้งเตือนพัสดุที่มีปัญหา และช่วยแสดงประวัติลูกค้าที่เคยมีพัสดุตีกลับ เพื่อให้ร้านมีข้อมูลประกอบการตรวจสอบออเดอร์ก่อนจัดส่ง


คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าไม่รับ COD ร้านควรโทรหาลูกค้าไหม

ควรติดต่อเพื่อสอบถามว่าลูกค้ายังต้องการสินค้าอยู่หรือไม่ และตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งก่อนตัดสินใจดำเนินการต่อ


ลูกค้าไม่รับพัสดุแล้วควรส่งใหม่ไหม

ไม่ควรส่งใหม่ทันที ควรยืนยันกับลูกค้าก่อนว่ายังต้องการสินค้า และหาสาเหตุของการไม่รับให้ชัดเจน


ถ้าลูกค้าไม่รับของบ่อยควรทำอย่างไร

ควรเก็บประวัติการสั่งซื้อและการตีกลับไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบออเดอร์ในอนาคต


พัสดุ COD กำลังจะตีกลับควรทำอย่างไร

ตรวจสอบสถานะ ติดต่อผู้รับ และประสานงานกับขนส่งให้เร็วที่สุด เพราะบางกรณีอาจยังมีโอกาสแก้ไขก่อนถูกตีกลับ


เมื่อลูกค้าไม่รับพัสดุ COD สิ่งสำคัญคืออย่ารีบส่งใหม่หรือปล่อยให้ออเดอร์ถูกตีกลับโดยไม่ตรวจสอบ ควรเริ่มจากดูสถานะ ติดต่อผู้รับ และหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อน

จากนั้นเก็บข้อมูลไว้เพื่อดูว่าปัญหาเกิดซ้ำหรือไม่ สำหรับร้านที่มีออเดอร์จำนวนมาก

การมีระบบช่วยแจ้งเตือนและเก็บประวัติจะทำให้รู้ปัญหาเร็วขึ้น และช่วยให้ร้านจัดการแต่ละออเดอร์ได้อย่างรอบคอบมากขึ้น







MyOrder_landingpage_edited.png
appstore.webp
android.webp
logo-footer

69/429 หมู่ 2 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000

099-378-1688

contact@myorder.ai

Copyright © MY ORDER. Privacy Policy.

bottom of page